Electricians Tips & Tricks

รวมบทความสาระน่ารู้ เทคนิคการปฏิบัติงาน และคู่มือการซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า มอเตอร์อุตสาหกรรม และเครื่องจักร เพื่อเป็นแนวทางในการบำรุงรักษาเชิงป้องกันและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

การอัดจาระบีมอเตอร์อุตสาหกรรมอย่างถูกวิธี Motor Re-greasing Guide

การอัดจาระบีมอเตอร์อุตสาหกรรมอย่างถูกวิธี (Motor Re-greasing Guide)

สาเหตุหลักเกิน 50% ของตลับลูกปืนมอเตอร์ชำรุดเสียหายก่อนกำหนด ไม่ได้เกิดจากการขาดจาระบี แต่เกิดจาก “การอัดจาระบีมากเกินไป (Over-greasing)” หรือการใช้จาระบีต่างชนิดกันมาผสมกัน การอัดจาระบีจนเต็มอ่างแบริ่งจะสร้างแรงต้านความทานความร้อนสูง ทำให้น้ำมันหล่อลื่นแยกชั้น และดันซีลทะลักเข้าไปเลอะขดลวด Stator จนฉนวนเปื่อยเสียหาย ⚠️ 1. ผลเสียของการอัดจาระบีมอเตอร์ผิดวิธี 1.1 ความร้อนสะสมพุ่งสูงผิดปกติ (Churning Overheat) จาระบีที่แน่นเกินไปจะทำให้เม็ดลูกปืนเกิดการคนและสร้างความร้อน friction พุ่งเกิน 100°C ทำให้น้ำมันในจาระบีไหม้ดำ 1.2 การผสมกันของจาระบีคนละสบู่ทนความร้อน (Incompatible Greases) การเอาการ์โบเนต/ลิเธียม ไปผสมกับโพลียูเรีย จะทำให้จาระบีเสียการทรงตัว เหลวเป็นน้ำและไหลทิ้งจนแบริ่งแห้งพัง 1.3 จาระบีไหลทับขดลวดท้ายมอเตอร์ (Winding Contamination) แรงดันจากการอัดกระแทกปืนจาระบี จะดันซีลอ่างแบริ่งแตก จาระบีไหลเข้าหัวคอยล์ขดลวด ดักจับฝุ่นระบายความร้อนไม่ได้ 📏 2. การควบคุมปริมาณและจังหวะอัดด้วยเครื่องมือ Ultrasonic คำนวณปริมาณกรัมตามสูตรสากล (Grams = D x B x 0.005): เติมจาระบีตามสเปกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางแบริ่ง ไม่สุ่มอัดตามความรู้สึก

การอัดจาระบีมอเตอร์อุตสาหกรรมอย่างถูกวิธี (Motor Re-greasing Guide) Read More »

ช่างกำลังปฏิบัติงานซ่อมและตั้งสายพานขับมอเตอร์ V-Belt Alignment & Tensioning

งานซ่อมและตั้งสายพานขับมอเตอร์ (V-Belt Alignment & Tensioning)

ระบบส่งกำลังด้วยสายพาน (V-Belt Drive) ในโบลเวอร์และพัดลมโรงงาน เป็นจุดที่เกิดการสูญเสียพลังงานสูงหากตั้งค่าไม่ถูกต้อง การใช้ตลับเมตรหรือสายตาเล็งมูเล่ (Pulley) และการใช้นิ้วมือกดเช็กความตึงสายพาน มักนำไปสู่ปัญหา สายพานขาดบ่อย มูเล่สึกหรอ และตลับลูกปืนเพลามอเตอร์แตกพัง เนื่องจากแรงงัดดึงดึงข้ามฝั่ง ⚠️ 1. ผลกระทบเมื่อสายพานตึงเกินไปหรือหย่อนเกินไป 1.1 สายพานตึงเกินไป (Over-Tension) สร้างแรงงัดดึงมหาศาลกดลงบนแกนเพลามอเตอร์และแบริ่ง ทำให้ตลับลูกปืนร้อนจัด เพลาคด และสายพานฉีกขาดเร็ว 1.2 สายพานหย่อนเกินไป (Under-Tension / Slippage) เกิดการลื่นไถลขณะออกตัว เสียงดังเอี๊ยดอ๊าด เกิดไหม้ไหม้ดำสะสม และสูญเสียกำลังรอบการส่งถ่ายงาน 1.3 แนวร่องมูเล่เบี้ยวไม่ขนานกัน (Pulley Misalignment) สายพานจะกินข้างเดียว ขอบสายพานเปื่อยร่อนเป็นผงยางดำตกตามพื้น และสร้างแรงสั่นสะเทือนถี่สูง 📏 2. การตั้งแนวและวัดความตึงสายพานด้วยเลเซอร์ ตั้งมูเล่ด้วยเลเซอร์สองมิติ (Laser Pulley Alignment): ยิงลำแสงเลเซอร์จับแนวขนานร่องมูเล่ เพื่อปรับทิศทางขนานกันเป๊ะ 100% วัดค่าความตึงด้วยเครื่องดังกกความถี่ (Sonic Belt Tension Tester): ดีดสายพานเพื่อวัดความถี่เสียงหมุน

งานซ่อมและตั้งสายพานขับมอเตอร์ (V-Belt Alignment & Tensioning) Read More »

การทดสอบฉนวนขั้นสูงด้วย Surge Comparison Test สำหรับขดลวดมอเตอร์และอุปกรณ์ไฟฟ้า

การทดสอบฉนวนขั้นสูงด้วย Surge Comparison Test

การวัดค่าความเป็นฉนวนมอเตอร์ด้วยเครื่อง Megger Test ทั่วไป สามารถบอกได้เพียงว่าขดลวดรั่วลงดิน (Short to Ground) หรือไม่เท่านั้น แต่ไม่สามารถตรวจจับ “การลัดวงจรระหว่างรอบขดลวด (Turn-to-Turn Short Circuit)” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของมอเตอร์ไหม้กว่า 80% ได้ การทดสอบด้วย Surge Comparison Tester จึงเป็นเทคโนโลยีเดียวที่สามารถค้นหาจุดชำรุดซ่อนเร้นภายในขดลวดก่อนที่มอเตอร์จะพังเสียหายจริง 🔬 1. ข้อจำกัดของการวัดค่าฉนวนแบบดั้งเดิม 1.1 Megger Test ตรวจไม่เจอจุดลัดวงจรระหว่างรอบ (Turn-to-Turn) เนื่องจากน้ำยาเคลือบวานิชระหว่างรอบลวดทองแดงถลอกเพียงเล็กน้อย ค่าความต้านทานลงดินยังคงดูปกติ แต่เมื่อจ่ายกระแสจริง ความร้อนจะสะสมและไหม้ลุกลาม 1.2 การวัดค่าความต้านทานด้วยมัลติมิเตอร์ไม่แม่นยำ ค่าความต้านทานขดลวดมอเตอร์ขนาดใหญ่มักต่ำกว่า 1 โอห์ม มิเตอร์ทั่วไปไม่สามารถแยกแยะความคลาดเคลื่อนระดับมิลลิโอห์มจากการลัดวงจรเพียงไม่กี่รอบได้ 1.3 ความเสี่ยงจากการจ่ายแรงดันใช้งานจริงโดยไม่ทดสอบ Surge การกดสตาร์ตมอเตอร์ที่มีฉนวนเสื่อมสภาพซ่อนอยู่ จะเกิดคลื่นแรงดันเหนี่ยวนำสูง (Voltage Spike) อาร์กขดลวดไหม้ระเบิดภายในตู้ไฟ ⚡ 2. หลักการทำงานของ Surge Comparison Tester ปล่อยลูกคลื่นแรงดันสูงความถี่สูง

การทดสอบฉนวนขั้นสูงด้วย Surge Comparison Test Read More »

ช่างกำลังปฏิบัติงานบำรุงรักษามอเตอร์กระแสตรงและคอมมิวเตเตอร์ DC Motor & Commutator Maintenance

การบำรุงรักษามอเตอร์กระแสตรง (DC Motor & Commutator Maintenance)

มอเตอร์กระแสตรงขนาดใหญ่ หรือ Industrial DC Motor ยังคงใช้ในอุตสาหกรรมหนัก เช่น โรงงานสลิตเหล็ก โรงงานยาง และการรีดพลาสติก ที่ต้องการแรงบิดสูงในรอบต่ำ หัวใจสำคัญของ DC Motor อยู่ที่การนำกระแสผ่าน หัวคอมมิวเตเตอร์ (Commutator) และแปรงถ่าน (Carbon Brush) ซึ่งต้องการการดูแลรักษาเป็นพิเศษ หากปล่อยให้หัวคอมฯ เป็นรอยสปาร์กขรุขระ จะทำให้แปรงถ่านสึกหรอเร็วและเกิดอาร์กไฟฟ้าสว่างรุนแรง (Flashover) ทำลายมอเตอร์ทันที ⚡ 1. ปัญหายอดฮิตของ DC Motor ที่ต้องเร่งแก้ไข 1.1 เกิดประกายไฟรุนแรงที่หน้าซี่คอมมิวเตเตอร์ (Severe Sparking) เกิดจากแรงดันกดแปรงถ่าน (Spring Tension) ไม่สมดุล หน้าสัมผัสแปรงถ่านไม่แนบสนิท หรือมีการใช้เกรดแปรงถ่านผิดสเปก 1.2 หัวคอมมิวเตเตอร์เป็นรอยคลื่นและไหม้ดำ (Bar Burning) เกิดจากร่องไมก้า (Mica Insulation) ระหว่างซี่คอมฯ โผล่สูงขึ้นมาชนแปรงถ่าน หรือเกิดการลัดวงจรข้ามซี่คอมฯ จากผุ่นผงแปรงถ่านสะสม 1.3 ขดลวดอาร์เมเจอร์

การบำรุงรักษามอเตอร์กระแสตรง (DC Motor & Commutator Maintenance) Read More »

ช่างกำลังซ่อมและตั้งระยะ clearance ของ Roots Blower

การซ่อมและตั้งระยะ clearance ของ Roots Blower

โรตารีโบลเวอร์ หรือ Roots Blower (Three-Lobe Blower) เป็นหัวใจของระบบเติมอากาศในบ่อบำบัดน้ำเสียและระบบส่งกำลังทางลม (Pneumatic Conveying) จุดเด่นคือการใช้โรเตอร์ใบพัด 2 ตัวหมุนกวาดอากาศเข้าหากันโดยไม่สัมผัสกัน การซ่อมบำรุง Roots Blower สิ่งที่ยากที่สุดไม่ใช่การเปลี่ยนตลับลูกปืน แต่คือ “การตั้งระยะห่างใบพัด (Clearance Setting)” ระหว่างพะเนินใบพัดและเสื้อโบลเวอร์ หากปรับตั้งคลาดเคลื่อนเพียง 0.05 มม. ใบพัดจะชนกันจนขัดล็อกรุนแรงทันที 🌀 1. อาการชำรุดที่ต้องส่งซ่อม Roots Blower ด่วน 1.1 เสียงดังขัดกันของใบพัดภายใน (Lobe Impact Noise) เกิดจากเฟืองบังคับทิศทาง (Timing Gear) สึกหรอ ทำให้จังหวะองศาการหมุนของใบพัดสองฝั่งไม่สัมพันธ์กัน จนเกิดการกระแทกกันเองอย่างรุนแรง 1.2 ปริมาณลมและแรงดันอากาศตก (Air Flow Drop) เกิดจากระยะห่างระหว่างใบพัดกับเสื้อโบลเวอร์ (Housing Clearance) ห่างเกินไป ทำให้เกิดการรั่วไหลย้อนกลับของแรงดันลมภายใน 1.3 น้ำมันเกียร์และจาระบีรั่วซึมเข้าห้องลม (Oil

การซ่อมและตั้งระยะ clearance ของ Roots Blower Read More »

ช่างกำลังซ่อมบำรุงปั๊มจมและปั๊มสูบตะกอนอุตสาหกรรม Submersible Slurry Pump

การซ่อมบำรุงปั๊มจมและปั๊มสูบตะกอนอุตสาหกรรม (Submersible Slurry Pump)

ปั๊มจมน้ำเสียและปั๊มสูบตะกอนอุตสาหกรรม (Submersible Slurry Pump) ต้องทำงานจุ่มอยู่ในน้ำเสีย ตะกอนเคมี หรือโคลนเลนตลอดเวลา มอเตอร์และระบบขับเคลื่อนจึงถูกซีลปิดสนิทอยู่ภายในเรือนปั๊ม ปัญหาอันตรายที่สุดคือ น้ำเสียหรือความชื้นเล็ดลอดเข้าสู่ห้องมอเตอร์ ทำให้เกิดขดลวดลัดวงจรลงดิน (Ground Fault) ซึ่งหากช่างถอดซ่อมประกอบซีลไม่ถูกต้อง จะทำให้น้ำเข้าปั๊มไหม้พังทันทีหลังจากนำไปจุ่มใช้งาน ⚠️ 1. สาเหตุหลักที่ทำให้ปั๊มจมน้ำเสียเกิดการชำรุดเสียหาย 1.1 Mechanical Seal Double Face รั่วซึม ทรายหรือตะกรันขนาดเล็กเข้าไปขัดระหว่างหน้าสัมผัสซีล หรือห้องน้ำมันหล่อลื่นซีล (Oil Chamber) สกปรกจนซีลเกิดความร้อนสูงและแตกร้าว 1.2 สายเคเบิลนำไฟฟ้าชำรุด (Cable Entry Leakage) การดึงหรือแกว่งปั๊มด้วยสายไฟ ทำให้ซีลยางคอสายเคเบิลฉีกขาด ส่งผลให้น้ำเสียไหลซึมผ่านแกนสายไฟข้ามเข้าไปยังขดลวด Stator 1.3 ใบพัดตัดตะกอน (Impeller / Cutter) ติดล็อก เศษขยะหรือเส้นใยอุตสาหกรรมเข้าไปพันรอบใบพัด ทำให้มอเตอร์กินกระแสสูงเกินพิกัดจนตัวป้องกันความร้อน (Thermal Protector) ตัดการทำงาน 🛠️ 2. ขั้นตอนการทดสอบรันปั๊มจมในศูนย์บริการมาตรฐาน การเปลี่ยนชุดซีล Mechanical Seal

การซ่อมบำรุงปั๊มจมและปั๊มสูบตะกอนอุตสาหกรรม (Submersible Slurry Pump) Read More »

การตรวจเช็กจุดความร้อนด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อน Infrared Thermography Scan เครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้า

การตรวจเช็กจุดความร้อนด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อน (Infrared Thermography Scan)

อัคคีภัยและการชำรุดฉุกเฉินในระบบไฟฟ้าโรงงานอุตสาหกรรมกว่า 70% มีจุดเริ่มต้นมาจาก “ความร้อนสะสมที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า” บริเวณจุดต่อสาย ตู้คอนโทรล หรือเสื้อมอเตอร์ การทำ PM ระบบไฟฟ้าด้วยสายตาหรือการขันแน่นเพียงอย่างเดียวไม่สามารถระบุความผิดปกติได้อย่างแม่นยำ เทคโนโลยีการสแกนความร้อนด้วยอินฟราเรด (Infrared Thermography Inspection) จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันวิกฤตล่วงหน้า 🔥 1. จุดเสี่ยงอันตรายที่สแกนพบความร้อนสะสมบ่อยที่สุด 1.1 จุดต่อสายไฟและบัสบาร์หลวม (Loose Terminal Connections) ความสั่นสะเทือนทำให้เบรกเกอร์ แมกเนติก หรือบัสบาร์คลายตัว เกิดค่าความต้านทานสัมผัส (Contact Resistance) สูง จนสร้างความร้อนสะสมพุ่งสูงเกิน 100°C หลอมละลายสายไฟ 1.2 ภาวะกระแสไฟฟ้าเฟสไม่สมดุล (Phase Unbalance / Overload) การกระจายโหลดเข้าตู้ไฟไม่เท่ากัน ส่งผลให้สายไฟเฟสใดเฟสหนึ่งดึงกระแสเกินพิกัด เกิดความร้อนสูงตลอดแนวยาวของสายนำสัญญาณ 1.3 ความร้อนผิดปกติที่เสื้อมอเตอร์และตลับลูกปืน สะท้อนถึงการขาดสารหล่อลื่น ขดลวดช็อตรอบ หรือระบบระบายความร้อนอุดตัน ก่อนที่มอเตอร์จะเกิดอาการไหม้เสียหาย 📸 2. มาตรฐานการวิเคราะห์และออกรายงานความปลอดภัย ตรวจวัดขณะเครื่องจักรทำงานปกติ (On-Load Inspection): ไม่ต้องหยุดไลน์การผลิต

การตรวจเช็กจุดความร้อนด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อน (Infrared Thermography Scan) Read More »

ช่างกำลังซ่อมบำรุงปั๊มน้ำหลายชั้นแรงดันสูง Multistage High-Pressure Pump

การซ่อมบำรุงปั๊มน้ำหลายชั้นแรงดันสูง (Multistage High-Pressure Pump)

ปั๊มน้ำหลายชั้น หรือ Multistage High-Pressure Pump เป็นอุปกรณ์สำคัญในระบบน้ำป้อนหม้อน้ำ (Boiler Feed Pump) ระบบ RO และระบบเพิ่มแรงดันในอาคารสูง ปั๊มประเภทนี้ประกอบด้วยใบพัดซ้อนกันหลายเรือนเพื่อสร้างแรงดันสูง ปัญหาที่พบบ่อยคือ แรงดันตก ปั๊มสั่นสะเทือน หรือมีน้ำรั่วออกทางซีล การถอดประกอบโดยช่างที่ขาดทักษะและไม่มีอุปกรณ์ตั้งระยะพิกัด มักทำให้ใบพัดเบียดกับเรือนปั๊มจนติดล็อกเสียหายถาวร 💧 1. สัญญาณเตือนความผิดปกติของ Multistage Pump 1.1 แรงดันและปริมาณน้ำตกส่งไม่ถึงเกณฑ์ (Pressure Drop) เกิดจากแหวนกั้นน้ำ (Wear Ring) ภายในสึกหรอ ทำให้เกิดการรั่วไหลวนกลับของน้ำระหว่างชั้นใบพัด หรือใบพัดเกิดการกร่อนจากตะกรันและไอสารเคมี 1.2 เพลาปั๊มเกิดการแอ่นตัวและสั่นสะเทือน (Shaft Deflection) เนื่องจากเพลาปั๊ม Multistage มีความยาวมาก หากเกิดแรงรุนแนวแกน (Axial Thrust Force) ไม่สมดุล เพลาจะเกิดการคดงอและส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังตลับลูกปืน 1.3 ชุด Mechanical Seal เสียหายจากความร้อนสูง เกิดจากสภาวะปั๊มหมุนโดยไม่มีน้ำ (Dry Run)

การซ่อมบำรุงปั๊มน้ำหลายชั้นแรงดันสูง (Multistage High-Pressure Pump) Read More »

ช่างซ่อม Overhaul มอเตอร์เกียร์และชุดเกียร์ทดอุตสาหกรรม

การซ่อม Overhaul มอเตอร์เกียร์ (Gear Motor & Reducer)

มอเตอร์เกียร์ (Gear Motor) หรือชุดเกียร์ทดรอบ เป็นอุปกรณ์ส่งกำลังหลักในระบบสายพานลำเลียง เครนยก และเครื่องจักรผสมในโรงงานอุตสาหกรรม ปัญหาที่มักพบคือเมื่อใช้งานไปได้ระยะหนึ่งจะเกิด น้ำมันเกียร์รั่วซึม มีเสียงดังหอนผิดปกติ หรือเกิดแรงสั่นสะเทือน การที่ช่างโรงงานเปลี่ยนเฉพาะซีลยางหรือเติมน้ำมันเกียร์โดยไม่รื้อตรวจสอบระยะขบของฟันเกียร์ (Backlash) มักทำให้ชุดเกียร์รูดพังเสียหายหนักจนต้องเปลี่ยนใหม่ยกชุด ⚙️ 1. สาเหตุความบกพร่องของชุดเกียร์ทดรอบในอุตสาหกรรม 1.1 การกัดกร่อนของฟันเกียร์ (Pitting & Tooth Wear) เกิดจากการใช้น้ำมันเกียร์ผิดเบอร์ หรือน้ำมันเสื่อมสภาพจากความร้อน ทำให้ฟิลม์หล่อลื่นไม่สามารถรับแรงกดกระแทก (High Shock Load) ส่งผลให้เนื้อโลหะบนหน้าฟันเกียร์หลุดกะเทาะ 1.2 ระยะการขบของฟันเกียร์คลาดเคลื่อน (Incorrect Backlash) เกิดจากการสึกหรอของตลับลูกปืนรองรับแกนเพลา ทำให้แนวแกนเพลาเอียงตัว ส่งผลให้ฟันเกียร์ขบกันไม่เต็มหน้า เกิดเสียงดังหอนและอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว 1.3 ซีลกันน้ำมันแห้งกรอบและแกนเพลาเป็นรอย (Oil Seal Failure) ความร้อนสะสมทำให้ซีลยางแข็งกรอบ ประกอบกับมีเศษโลหะเข้าไปเสียดสีแกนเพลาจนเกิดรอยลึก ส่งผลให้น้ำมันเกียร์รั่วไหลออกจนหมดห้องเกียร์ 🔬 2. ทำไมการซ่อม Overhaul ชุดเกียร์ต้องทำโดยศูนย์บริการมาตรฐาน การปรับตั้งระยะ Clearance & Shimming:

การซ่อม Overhaul มอเตอร์เกียร์ (Gear Motor & Reducer) Read More »

การตั้งศูนย์เพลาด้วยเลเซอร์ Laser Shaft Alignment มอเตอร์และเครื่องจักร

การตั้งศูนย์เพลาด้วยเลเซอร์ (Laser Shaft Alignment)

ในระบบเครื่องจักรหมุนอุตสาหกรรม การต่อส่งกำลังระหว่างเพลามอเตอร์ไปยังปั๊มน้ำ โบลเวอร์ หรือเกียร์บ็อกซ์ จำเป็นต้องมีความเที่ยงตรงระดับไมครอน ทว่าหลายโรงงานมักมองข้ามและเลือกใช้วิธีการวัดแบบดั้งเดิม เช่น การใช้ไม้บรรทัดเหล็กหรือนาฬิกาวัด (Dial Indicator) ซึ่งมักเกิดความคลาดเคลื่อนจาก Human Error ส่งผลให้เกิดปัญหา เพลาคลาดเคลื่อน (Misalignment) เสียหายต่อตลับลูกปืนและยึดอายุการใช้งานของเครื่องจักรลงอย่างรวดเร็ว 🔍 1. สัญญาณเตือนภัยจากการตั้งศูนย์เพลาไม่ได้ระดับ 1.1 อุณหภูมิตลับลูกปืน (Bearing) สูงผิดปกติ แรงงัดมหาศาลที่เกิดจากเพลาไม่อยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน จะไปกดทับเม็ดลูกปืน ทำให้เกิดความร้อนสะสมสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และทำให้น้ำมันหล่อลื่นเสื่อมสภาพก่อนกำหนด 1.2 ยอยเชื่อมต่อ (Coupling) ฉีกขาดหรือสึกหรอเร็ว ยางยอย (Rubber Insert) หรือชิ้นส่วนขับเคลื่อนจะถูกบิดตัวทุกๆ รอบการหมุน เกิดเศษยางหลุดร่อน และส่งเสียงดังผิดปกติขณะเครื่องจักรทำงาน 1.3 การสั่นสะเทือนในแนวแกน (Axial Vibration) สูง เกิดคลื่นแรงสั่นสะเทือนถี่สูงส่งผ่านไปยังโครงสร้างฐานแท่นเครื่อง ส่งผลให้น็อตยึดฐานหลวมและเกิดความเสียหายลุกลามไปยังชิ้นส่วนภายใน ⚙️ 2. ทำไมต้องใช้ระบบเลเซอร์คอมพิวเตอร์ (Laser Alignment) ความแม่นยำสูงระดับ 0.001 มม.: ขจัดปัญหาความคลาดเคลื่อนจากสายตาและการแอ่นตัวของก้านเกจวัด

การตั้งศูนย์เพลาด้วยเลเซอร์ (Laser Shaft Alignment) Read More »